Excerpt: คุณเป็นมือใหม่ด้านการเทรดหรือเปล่า? การเข้าใจพื้นฐานของการวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ดังนั้น Forex4you จึงได้สร้างบทเรียนการวิเคราะห์ทางเทคนิคอย่างง่ายเพื่อให้คุณเริ่มต้นได้

ทุกวันนี้ การวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นวิธีการวิเคราะห์ตลาดหุ้นและ Forex ที่ได้รับความนิยมและแพร่หลายมากที่สุด เทรดเดอร์และนักลงทุนทั่วโลกกว่าล้านรายใช้การวิเคราะห์นี้เพื่อคาดการณ์ราคาหุ้น ค่าเงิน สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) สิทธิ์ซื้อขายล่วงหน้า (Options) และอีกมากมาย ทุกวันนี้ การวิเคราะห์ทางเทคนิคนั้นใช้ตัวชี้วัดใหม่ เทคนิค และทฤษฎีใหม่ ๆ ซึ่งบางตัวนั้นกลายเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญ และถูกบันทึกลงในประวัติศาสตร์ ในขณะที่บางตัวนั้นเป็นรูปแบบที่ได้รับการพัฒนาแล้วจากการค้นพบก่อนหน้านี้ ในบทเรียนการวิเคราะห์ Forex ทางเทคนิควันนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับกฎหลัก ๆ ของการวิเคราะห์ Forex ทางเทคนิค และเหตุผลที่ได้รับความนิยมใน การเทรด Forex.

การวิเคราะห์ Forex ทางเทคนิคคืออะไร?

การวิเคราะห์ทางเทคนิคนั้นใช้เครื่องมือและวิธีการที่หลากหลาย แต่ก็ขึ้นอยู่กับสมมติฐานพื้นฐาน 1 อย่าง นั่นก็คือ การวิเคราะห์ระยะเวลาและระบุแนวโน้ม จึงเป็นไปได้ที่จะคาดการณ์พฤติกรรมของราคาในอนาคตโดยยึดการวิเคราะห์ชุดเวลาของราคา ซึ่งส่วนใหญ่มักสร้างเป็นกราฟด้วยกรอบเวลาที่แตกต่างกัน

แผนภูมิยอดนิยมในหมู่เทรดเดอร์ Forex คือ แผนภูมิแท่งเทียน รูปข้างบนนี้เป็นตัวอย่างของแผนภูมิการเทรดที่เงินปอนด์สเตอร์ลิงเทรดคู่กับเงินดอลลาห์สหรัฐ แผนภูมินี้ดึงมาจากซอฟแวร์การเทรดของ MetaTrader 4 ซึ่งเป็นซอฟแวร์ด้านการเทรดที่ใช้เทรดเดอร์ Forex ใช้มากที่สุดในตลาด สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MetaTrader 4 ได้จากบทความเกี่ยวกับ “ซอฟแวร์วิเคราะห์ Forex ทางเทคนิคที่แพร่หลายมากที่สุด (เพิ่ม Hyperlink เข้าบทความ Forex4you)

ประวัติการวิเคราะห์ Forex ทางเทคนิค และพื้นฐานการวิเคราะห์ทางเทคนิค

ผู้คิดค้นการวิเคราะห์ทางเทคนิคสมัยใหม่คือ นักวิเคราะห์ชื่อ ชาร์ลส์ ดาว (Charles Dow) ผู้ซึ่งสร้างกฎพื้นฐานในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 และวางรากฐานการวิเคราะห์ทางเทคนิค ซึ่งกฎและทฤษฎีเหล่านั้นยังคงมีความสำคัญมาจนถึงทุกวันนี้

1. ราคาตลาดเกี่ยวข้องกับทุกสิ่งทุกอย่าง

  • หมายความว่า เหตุการณ์ใด ๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นในเศรษฐกิจ การเมือง และสัมพันธ์กับตลาดได้ถูกนำมาพิจารณา และจะสะท้อนให้เห็นในราคาหุ้น

2. การเคลื่อนไหวของราคานั้นมีทิศทาง และราคาเคลื่อนไหวตามแนวโน้ม

  • การเคลื่อนไหวของราคายืนยันการวิเคราะห์ทางเทคนิคทั้งหมด: การเคลื่อนไหวของราคาไม่ใช่ความผันผวนที่วุ่นวาย แต่มีแนวโน้มสูงขึ้นหรือลดลง เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคต่าง ๆ ทำหน้าที่ระบุทิศทางของแนวโน้มนี้

  • ราคาหลักทรัพย์มีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวในทิศทางที่สังเกตได้ และมีความเป็นไปได้ที่จะอยู่ในแนวโน้ม

  • แนวโน้มถูกมองว่าจะไม่เปลี่ยนแปลง จนกว่าเส้นแนวโน้มจะแตก

  • หลังจากเกิดแนวโน้ม มีความเป็นไปได้ที่การเคลื่อนไหวของราคาในอนาคตน่าจะไปในทิศทางเดียวกับแนวโน้มมากกว่าสวนทาง

  • เทรดในทิศทางเดียวกันแนวโน้ม

3. ประวัติศาสตร์ในตลาดจะซ้ำรอย

  • ความจริงข้อนี้มีพื้นฐานมาจากคุณสมบัติของจิตวิทยามนุษย์ ซึ่งกล่าวไว้ว่า: ถ้าในอดีต ภายใต้สถานการณ์เริ่มต้นบางสถานการณ์ ประวัติศาสตร์จะเกิดขึ้นในรูปแบบหนึ่งแน่นอน จากนั้นในอนาคต ภายใต้สถานการณ์เดียวกัน ก็จะเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกัน

  • รูปแบบแผนภูมิหลายรูปแบบในการวิเคราะห์ทางเทคนิคยังเชื่อกันอยู่ว่ามีความสัมพันธ์กัน แม้ว่ารูปแบบแผนภูมิเหล่านี้ถูกใช้มากว่า 100 ปีแล้ว เพราะแสดงให้เห็นถึงรูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาที่มักเกิดซ้ำ ๆ

การวิเคราะห์ทางเทคนิค VS การวิเคราะห์พื้นฐาน: แตกต่างกันอย่างไร?

การวิเคราะห์ทางเทคนิคช่วยให้คาดการณ์ทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาที่เป็นไปได้ของสินทรัพย์ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของรูปแบบที่ระบุไว้ในการเปลี่ยนแปลงของราคาในอดีต การวิเคราะห์ทางเทคนิคสนใจแค่การเคลื่อนไหวของราคาในตลาด ไม่ใช่ “มูลค่า” ของบริษัท เทรดเดอร์ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อหาเงื่อนไขที่ดีที่สุดในการเปิดตำแหน่งในตลาด นั่นก็คือ การซื้อและขายหุ้น การวิเคราะห์พื้นฐานนั้นรวมไปถึงการวิเคราะห์ลักษณะของบริษัทเพื่อประเมินมูลค่าของบริษัทนั้น ๆ การวิเคราะห์พื้นฐานนี้ใช้ศึกษาสภาวะทางการเงินและเศรษฐกิจของอุตสาหกรรม ตัวบริษัทนั้น ๆ และความดึงดูดในการลงทุน บริษัทจะน่าสนใจถ้าหุ้นคงที่ในระยะยาว และตัวบริษัทมีศักยภาพที่จะพัฒนาต่อไปได้ นักวิเคราะห์ตลาดซึ่งเป็นผู้ที่ชอบใช้การวิเคราะห์พื้นฐานมากกว่า หรืออีกชื่อที่เรียกว่า ผู้ยึดหลักพื้นฐาน จะติดตามรายงานเศรษฐกิจและรายงานประจำปี การวิเคราะห์พื้นฐานจะช่วยให้เข้าใจว่าหุ้นของบริษัทต่ำเกินไป หรือประเมินค่าสูงเกินไปในเวลานั้น การวิเคราะห์ทางเทคนิคจะช่วยให้กำหนดเวลาที่จะเข้าทำธุรกรรมได้ดีที่สุด การวิเคราะห์พื้นฐานใช้ในการลงทุนระยะยาวมากกว่า ในขณะที่การวิเคราะห์ทางเทคนิคใช้สำหรับการเก็งกำระยะสั้นในตลาด

เครื่องมือการวิเคราะห์ Forex ทางเทคนิค

ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค จะใช้เครื่องมือเพิ่มเติมดังต่อไปนี้:

  • ตัวชี้วัด (Indicator) – เป็นค่าเฉลี่ยของตัวแปรราคา ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานที่เราสามารถคาดการณ์แนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาในอนาคต เป้าหมายของการใช้ตัวชี้วัดคือการระบุโอกาสการเทรด

  • Oscillator – ตามกฎแล้ว จะใช้ Oscillator เมื่อราคาเคลื่อนไหวภายใน “เส้นทางของตลาด” ที่ค่อนข้างแคบ เครื่องมือนี้มักใช้ร่วมกับตัวชี้วัดการวิเคราะห์ทางเทคนิคตัวอื่น ๆ เพื่อตัดสินใจเทรด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการหาแนวโน้มที่ชัดเจนของราคาหุ้นของบริษัทนั้นยากขึ้น

ตัวชี้วัดและ Oscillator ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด และใช้บ่อย ๆ คือ RSI, MACD, Momentum, Stochastics และ ADX

ทำไมการวิเคราะห์ Forex ทางเทคนิคจึงเป็นที่นิยม?

ถ้าคุณพิจารณาสถิติ คุณจะเห็นว่าเทรดเดอร์ 90% เริ่มที่จะคุ้นเคยกับการแลกเปลี่ยนหุ้นบนพื้นฐานของการวิเคราะห์ทางเทคนิค ในทางปฏิบัติแล้ว เทรดเดอร์มืออาชีพมักใช้ทั้งการวิเคราะห์พื้นฐานและการวิเคราะห์ทางเทคนิค ทั้ง 2 วิธีนั้นเติมเต็มกันและกัน และการใช้ทั้ง 2 วิธีพร้อมกันจะช่วยให้เห็นภาพที่สมบูรณ์ เข้าใจภาพรวมของตลาด และคำนวณทิศทางของการเคลื่อนไหวของราคาในอนาคตได้อย่างแม่นยำ

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

site call
live chat