Excerpt: คุณสนใจเทรดทองคำหรือเปล่า? Forex4you มีเคล็ดลับ 6 ข้อสำหรับการวิเคราะห์ทองคำทางเทคนิคที่มือใหม่หรือมืออาชีพควรรู้

ทองคำเป็นโภคภัณฑ์ (Commodity) ที่สามารถเทรดได้ในตลาดที่มีการซื้อขายทันที (Spot Market) เหมือนกับค่าเงิน ตามหลักแล้วทองคำถูกใช้เป็นแหล่งเก็บมูลค่าเนื่องจากไม่ได้ถูกควบคุมด้วยธนาคารกลางใด ๆ เหมือนกับค่าเงิน นอกจากนี้ ทองคำก็ไม่ได้รับอิทธิพลโดยตรงจากนโยบายทางการเงินของรัฐบาลใด ๆ ดังนั้นจึงถูกใช้เป็นโภคภัณฑ์ที่ ‘ปลอดภัย’ เช่นเดียวกับสินทรัพย์อื่น ๆ เช่น เงินฟรังก์สวิส (CHF) และ เงินเยน (JPY) เมื่อเทรด Forex การเทรดคูค่าเงินหนึ่งกับอีกคู่ค่าเงินหนึ่งนั้นเป็นไปได้ เช่น ค่าเงินฟรังก์สวิสกับเงินเยน หรือค่าเงินอื่น ๆ แต่ทำเช่นนี้ไม่ได้เมื่อเทรดทองคำ เพราะโภคภัณฑ์นั้นถูกควบคุมด้วยเงินดอลลาห์สหรัฐ ดังนั้น สิ่งสำคัญคือต้องนำการเคลื่อนไหวของราคาค่าเงินดอลลาห์สหรัฐมาพิจารณาสำหรับการวิเคราะห์ทองคำทางเทคนิค

การเทรดทองคำเหมือนการเทรด Forex หรือไม่?

คำตอบคือ เหมือนกัน เทรดเดอร์ใช้การวิเคราะห์ต่าง ๆ ทั้งการวิเคราะห์พื้นฐาน การวิเคราะห์ทางเทคนิค หรือการวิเคราะห์ที่ใช้ความรู้สึกเหมือนกับ การเทรด Forex, เทรดเดอร์บางรายใช้วิธีการวิเคราะห์ 2 หรือ 3 อย่างร่วมกันเพื่อสร้างวิธีการเฉพาะตัวสำหรับตลาดทองคำ ในบทความนี้ เราจะพูดถึงการวิเคราะห์ทางเทคนิคเท่านั้น และจะสมมติว่าผู้อ่านเข้าใจพื้นฐานบางส่วนของการวิเคราะห์ทางเทคนิคแล้ว เช่น เส้น ตัวชี้วัด และอื่น ๆ ถ้าหากไม่เข้าใจ กรุณาอ่านคู่มือพื้นฐานเกี่ยวกับการวิเคราะห์ทางเทคนิค (ลิ้งค์ไปอย่างบทความแรก: การวิเคราะห์ทางเทคนิคสำหรับมือใหม่) เทรดเดอร์ที่ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคก็มีวิธีการที่แตกต่างกัน หรือมีวิธีการที่ผสมผสานกันซึ่งเป็นตัวสร้างระบบการเทรดของตน เทรดเดอร์บางรายใช้ตัวชี้วัด หรือใช้ตัวชี้วัดหลายตัวร่วมกัน เช่น ตัวชี้วัดตามแนวโน้มและ Oscilliator เทรดเดอร์บางรายใช้รูปแบบราคา รูปแบบแท่งเทียน รูปแบบคลื่น Elliott และรูปแบบที่สอดคล้องกัน เป็นต้น ต่อไป เราจะมาลงรายละเอียดของเคล็ดลับ 6 ข้อและขั้นตอนที่เทรดเดอร์ทองคำควรนำมาพิจารณาเมื่อวิเคราะห์ทองคำทางเทคนิค และตัดสินใจว่าควรเทรดหรือไม่

เคล็ดลับ 6 ข้อสำหรับการวิเคราะห์ทองคำทางเทคนิคและการเทรดทองคำ

1. ระบุแนวโน้มระยะยาว

แนวโน้มคือเพื่อนของคุณ ดังนั้นอันดับแรก สิ่งสำคัญก็คือการตรวจสอบแนวโน้มระยะยาวของทองคำเสมอ ไม่ว่าคุณใช้สไตล์การเทรดแบบไหน และไม่มีการวิเคราะห์พื้นฐานในกลยุทธ์การเทรด เทรดเดอร์ทองคำก็ต้องตรวจสอบแนวโน้มโดยรวมของทองคำในกรอบเวลาระยะยาวที่แตกต่างกัน กฎง่าย ๆ สำหรับการใช้กรอบเวลาหลายแบบสำหรับเทรดเดอร์ที่ดูการแกว่งของกราฟราคาอาจเป็นการใช้กรอบเวลารายสัปดาห์/รายวัน/4ชั่วโมง (H4) รวมกัน ในขณะที่เทรดเดอร์ระหว่างวันสามารถดูกรอบเวลาภายใน 4 ชั่วโมง (H4)/1 ชั่วโมง (H1)/15 นาทีรวมกัน

2. ระบุว่าแนวโน้มมีการปรับฐานทิศทางอื่นหรือไม่

ขั้นตอนที่ 2 หรือเคล็ดที่ 2 ก็คือ การดูกรอบเวลารายสัปดาห์ และตรวจสอบว่าแนวโน้มของโภคภัณฑ์กำลังปรับฐานไปยังทิศทางอื่นในระยะกลางหรือไม่ ดังตัวอย่างข้างล่างนี้

แผนภูมิรายสัปดาห์ของ XAUUSD แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า แนวโน้มที่เกิดขึ้นจากปีพ.ศ. 2554 เป็นแนวโน้มขาลง แนวโน้มขาลงเกิดจากจุดต่ำสุดใหม่ที่ต่ำกว่าเดิม และจุดสูงสุดใหม่ที่ต่ำกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม การปรับฐานเพื่อสร้างแนวโน้มขาขึ้น (Bullish Correction) ได้เริ่มขึ้นในแผนภูมิรายสัปดาห์เมื่อจุดสูงสุดสุดท้าย (H) ที่แนวโน้มขาลงถูกฝ่าขึ้นข้างบน การปรับฐานเพื่อสร้างแนวโม้ขาขึ้นอาจดำเนินต่อไป ดังนั้น คุณต้องประเมินจุดเข้า / ออกการเทรดของคุณใหม่ และปรับกลยุทธ์การเทรดของคุณให้มีแนวโน้มขาขึ้น

3. ระบุระดับราคาที่สำคัญในกรอบเวลารายวัน/รายสัปดาห์

เคล็ดลับที่ 3 สิ่งสำคัญคือ การกำหนดระดับของแนวรับ/แนวต้านบนกรอบเวลาที่เล็กกว่าเดิม หากดูจากแผนภูมิข้างล่าง ซึ่งเป็นสถานการณ์เดียวกับเคล็ดลับข้อที่ 2 สิ่งสำคัญคือ การกำหนดระดับแนวต้าน เพื่อดูว่าราคาจะตอบสนองตรงไหนได้ดี

ระดับที่ใกล้ที่สุดคือ 1376-1375 โซนราคานี้เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2559 และเป็นระดับแนวต้านตลอดไตรมาสแรกของปี 2561 เช่นกัน ราคากำลังขยับไปในโซนเดียวกันในปี 2562 และจะยังคงมองเห็นได้ว่าจะทะลุโซนนี้ในปี 2562 ได้หรือไม่ ถ้าราคาข้ามขึ้นไปได้ ระดับแนวต้านต่อไปที่น่าสนใจคือ 1525

4. แนวโน้มที่เกิดขึ้นทันทีคืออะไร?

เมื่อเส้นแนวต้านและแนวรับถูกวาดในกรอบเวลารายสัปดาห์ ขั้นตอนถัดไปก็คือ การวิเคราะห์แนวโน้มที่เกิดขึ้นทันที (Intermediary Trend) ในกรอบเวลาที่สั้นกว่า หรือที่เรียกว่า กรอบเวลารายวัน จากกรอบเวลารายวันข้างล่างนี้ เราสามารถเห็นได้ชัดเจนว่า แนวโน้มที่เกิดขึ้นทันทีเป็นแนวโน้มขาขึ้น และสามารถยืนยันได้จากการมองที่กรอบเวลาที่เล็กว่านั้น หรือก็คือ ภายใน 4 ชั่วโมงเช่นกัน

ในแผนภูมิรายวัน แนวโน้มที่เกิดขึ้นทันทีเป็นแนวโน้มขาขึ้น แนวโน้มอยู่ยาวไปถึง 1346 พร้อมชุดจุดสูงสุดใหม่ที่สูงกว่าเดิม และจุดต่ำสุดใหม่ที่สูงกว่าเดิม ซึ่งเป็นลักษณะของแนวโน้มขาขึ้น เมื่อลำดับการเกิดนี้ถูกขัดจังหวะด้วยจุดต่ำสุดใหม่ที่ต่ำกว่าเดิม การปรับฐานเป็นแนวโน้มขาลง (Bearish Correction) จะเริ่มด้วยจุดต่ำสุดใหม่ที่ต่ำกว่าเดิม และจุดสูงสุดใหม่ที่ต่ำกว่าเดิม แนวโน้มขาขึ้นจะกลับมาเมื่อลำดับการปรับฐานเป็นแนวโน้มขาลงถูกขัดจังหวะด้วยจุดสูงสุดใหม่ที่สูงกว่าเดิม คุณคิดว่าราคาจะขยับไปตรงไหน และคุณจะมองหาโอกาสการเทรดได้ในทิศทางใด? แน่นอนอยู่แล้วว่าคำตอบก็คือ ด้านบนของแผนภูมิ สิ่งที่ต้องระบุต่อไปก็คือ จุดสูงสุดและจุดต่ำสุดถัดไป มีระดับแนวต้านที่ 1346 และ 1376 ซึ่งเป็นบริเวณสำคัญสำหรับจุดสูงสุดถัดไปหรือกำไรที่ตั้งเป้าไว้ถ้าจุดต่ำสุดใหม่ถูกสร้างขึ้นก่อนระดับดังกล่าว จำไว้ว่าแนวโน้มขาขึ้นจะถูกขัดจังหวะอย่างแรงถ้าราคาทิ้งตัวลงไปต่ำกว่าเส้นแนวโน้มที่สูงขึ้น

5. ใช้สัญญาณพลิกกลับสำหรับการเทรดทองคำ

มีวิธีการทางเทคนิคมากมายที่ช่วยระบุสัญญาณกลับตัวเมื่อเทรดทองคำเหมือนตอนการเทรด Forex ซึ่งรวมไปถึงเป็นตัวชี้วัดแสดงแรงส่งของราคา (Momentum) เช่น MACD และ Oscillator เช่น RSI และ Stochastic โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัญญาณกลับตัว นอกจากนี้ยังมี รูปแบบแท่งเทียนแบบพลิกกลับ เช่น รูปแบบ Engulfing รูปแบบ Evening/Morning Star รูปแบบ Hanging Man รูปแบบบาร์/ค้อน/ค้อนคว่ำ รูปแบบแผนภูมิพลิกกลับ คลื่น Elliott รูปแบบที่สอดคล้องกัน เป็นต้น

6. ทบทวนจุดหยุดขาดทุน และจุดเข้า/ออกการเทรด

ถ้าคุณวางจุดหยุดขาดทุนเพื่อป้องกันหลังจากระบุจุดเข้าและออกการเทรดแล้ว ต้องตรวจสอบซ้ำ ๆ เสมอ อาจจะฟังดูแปลก แต่เทรดเดอร์หลายรายทำผิดพลาดแบบไร้เหตุผลด้วยการลืมจุดหยุดขาดทุน ดังนั้นหลีกเลี่ยงความผิดพลาดง่าย ๆ ด้วยการตรวจสอบจุดหยุดขาด และจุดเข้า/ออกการเทรดซ้ำ ๆ โดยอัตโนมัติ คุณมีเคล็ดลับอื่น ๆ สำหรับเทรดเดอร์ทองคำไหม? ร่วมแชร์เคล็ดลับของคุณได้ที่คอมเมนต์ข้างล่างนี้เลย หากต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเทรดทองคำหรือ Forex เข้า เว็บ ไซต์ของForex4you เพื่อเข้าถึงบทเรียนทั้งหมด การเรียนการสอน เครื่องมือการเทรด และอีกมากมาย

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

site call
live chat