เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages) คือ ตัวชี้วัด (Indicator) ทางเทคนิคที่แข็งแกร่ง และใช้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค มักเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดยอดนิยมที่สุดในการระบุแนวโน้มของคู่ค่าเงิน เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย 200 วัน หรือ 200 SMA (Simple Moving Average) เป็นตัวชี้วัดสำคัญสำหรับนักลงทุนระยะยาว

เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages) คืออะไร?

รูปแบบง่ายที่สุดของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages) คำนวณได้โดยการใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิตของชุดของมูลค่าที่กำหนด MA (Moving Averages) มักแสดงในกราฟราคาเสมอ สามารถสร้างขึ้นในช่วงเวลาใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น 5 นาที 1 นาที รายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน

ประเภทต่าง ๆ ของ SMA (Simple Moving Average)

เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เกิดขึ้นจากข้อมูลที่กำลังจะปิดของคู่ค่าเงิน แต่ยังสามารถเกิดขึ้นได้จากช่วงข้อมูลของราคาดังต่อไปนี้:

1

เส้น MA จากราคาปิด: เกิดขึ้นโดยการใช้ราคาปิดของช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และอื่น ๆ

2

เส้น MA จากราคาสูงสุด: เกิดขึ้นโดยการใช้ราคาสูงสุดของช่วงเวลาแต่ละช่วง

3

เส้น MA จากราคาต่ำสุด: เกิดขึ้นโดยการใช้ราคาต่ำสุดของช่วงเวลาแต่ละช่วง

4

เส้น MA เกิดจากราคากึ่งกลาง (Pivot Points): สามารถคำนวณจุดกึ่งกลางได้โดยการใช้สูตร Pivot Points = (High + Low + Closing)/3 และจุดกึ่งกลางนี้ใช้เป็นจุดอ้างอิงสำคัญในการวิเคราะห์ทางเทคนิค อย่างไรก็ตาม จุดกึ่งกลางสามารถใช้ในการสร้างเส้น MA ได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมีตัวแปรอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ราคาเปิด ปริมาณ RSI (Relative Strange Index) และ Sstochastic ที่ใช้ในการสร้างเส้น MA ได้

หน้าที่ของ SMA (Simple Moving Average) ในการระบุแนวโน้มของตลาด Forex

เส้น MA สามารถใช้เพื่อระบุแนวโน้มของค่าเงินได้ เช่น ถ้าเส้น MA ขยับขึ้น แนวโน้มก็จะเป็นขาขึ้น แต่ถ้าเส้น MA ขยับลง แนวโน้มก็จะเป็นขาลง วิธีต่อไปนี้เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะช่วยในการระบุแนวโน้ม และใช้กับเทคนิค SMA ขึ้นและลงได้

  • สำหรับ SMA ระยะสั้น คุณสามารถใช้ช่วงเวลา 5 วัน 13 วัน และ 20 วันได้ เมื่อใดก็ตามที่ราคาของคู่ค่าเงินปิดราคาเหนือเส้น SMA 20 วัน มักพิจารณาว่าแนวโน้มระยะสั้นนี้เป็นขาขึ้น แต่ถ้าราคาปิดใต้เส้น SMA 20 วัน แนวโน้มระยะสั้นจะเป็นขาลง

  • สำหรับ SMA ระยะกลาง เราสามารถใช้ช่วงเวลา 34 วัน 50 วัน และ 65 วัน เมื่อใดก็ตามที่ราคาของคู่ค่าเงินปิดราคาเหนือเส้น SMA 50 วัน มักพิจารณาว่าแนวโน้มระยะสั้นนี้เป็นขาขึ้น แต่ถ้าราคาปิดใต้เส้น SMA 50 วัน แนวโน้มระยะสั้นจะเป็นขาลง

  • สำหรับ SMA ระยะยาว เราสามารถใช้ช่วงเวลา 100 วัน และ 200 วัน เมื่อใดก็ตามที่ราคาของคู่ค่าเงินปิดราคาเหนือเส้น SMA 200 วัน มักจะพิจารณาว่าแนวโน้มระยะสั้นนี้เป็นขาขึ้น แต่ถ้าราคาปิดใต้เส้น SMA 200 วัน แนวโน้มระยะสั้นจะเป็นขาลง

การข้ามกันของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average)

เมื่อเส้น MA ที่ระยะสั้นกว่าข้ามไปเหนือเส้น MA ระยะยาว เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าแนวโน้มจะเปลี่ยนเป็นขาขึ้น และสร้างสัญญาณซื้อ และเมื่อเส้น MA ที่สั้นกว่าข้ามไปต่ำกว่าเส้น MA ระยะยาว แสดงว่าแนวโน้มจะเปลี่ยนเป็นขาลง และสร้างสัญญาณขาย การข้ามกันที่สร้างแนวโน้มขาขึ้นของเส้น SMA 50 วัน และ 200 วัน เรียกว่า “การข้ามกันทองคำ” หรือ Golden Crossover ซึ่งเป็นการข้ามกันยอดนิยมที่สูงในหมู่เทรดเดอร์ Forex การข้ามกันที่สร้างแนวโน้มขาลงของเส้น SMA 50 วัน และ 200 วันเรียกว่า “การข้ามกันที่อันตราย” หรือ Death Crossover ซึ่งเป็นสัญญาณของแนวโน้มขาลงที่รุนแรง ความเข้าใจง่ายของเส้น MA ทำให้เป็นที่แพร่พลายในหมู่เทรดเดอร์ Forex แต่ไม่เหมาะกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงเร็วและหยุดชะงัก ดังนั้น ไม่ควรใช้เส้น MA ระยะสั้นหรือระยะกลางเมื่อตลาดอยู่ในเงื่อนไขดังกล่าว

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

site call
live chat