การเทรดระยะสั้น (Scalping) เป็นกลยุทธ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในหมู่เทรดเดอร์ Forex เทรดเดอร์หุ้น และสกุลเงินดิจิทัล กลยุทธ์การเทรดนี้ช่วยให้คุณทำกำไรได้สูงอย่างรวดเร็ว เทรดเดอร์ที่เทรดระยะสั้นใช้กรอบเวลาที่สั้นที่สุด และพยายามสร้างรายได้จากความผันผวนต่ำสุดของตลาด ซึ่งมักเรียกว่า สัญญาณรบกวนของตลาด กลยุทธ์การเทรดระยะสั้นไม่จำเป็นต้องใช้ตัวชี้วัดทางเทคนิคใด ๆ เพราะมุ่งไปที่กำจัดและเฉลี่ยสัญญาณรบกวนตลาดเพื่อที่จะเห็นภาพใหญ่

ข้อดีหลักของกลยุทธ์การเทรดระยะสั้น

หนึ่งในข้อดีหลักที่ทำให้กลยุทธ์นี้น่าสนใจสำหรับมือใหม่ คือ ไม่ต้องวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือทางพื้นฐานอย่างลึกซึ้ง เพราะเทรดเดอร์แค่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นบนกราฟ ณ เวลานั้น เมื่อใช้กลยุทธ์การเทรดระยะสั้น เทรดเดอร์จะพยายามจับจุดทำกำไรแค่ 2-3 จุดในจุดเข้าตลาด แต่เพราะการใช้เลเวอเรจสูงและทำการเทรดหลายสิบครั้งต่อวัน กำไรที่ได้อาจสูง

ทำความเข้าใจกลยุทธ์การเทรดระยะสั้น

วิธีที่ง่ายที่สุดในการทำความเข้าใจหลักสำคัญของกลยุทธ์การเทรดระยะสั้น คือ การทำความเข้าใจผ่านตัวอย่าง ลองจินตนาการว่า เทรดเดอร์ฝากเงิน $1,000 และใช้ค่าเลเวอเรจ 1:5 จากนั้นสามารถทำธุรกรรมขนาด 0.05 ล็อต ซึ่งเทรดเดอร์จะได้ $0.50 จากเคลื่อนไหวของ pips เพียงครั้งเดียว และถ้าเทรดเดอร์วางแผนให้ได้ 30-50 pips โดยเฉลี่ยต่อวัน รายได้สูงสุดต่อวันก็อยู่ที่ราว ๆ 15-25 ดอลลาห์ต่อวัน เมื่อใช้กลยุทธ์การเทรดระยะสั้น ก็ต้องใช้ค่าเลเวอเรจสูงขึ้น การเทรดระยะสั้นบางครั้งมีค่าเลเวอเรจสูงถึง 1:100 หรืออาจจะมากกว่านั้น ในกรณีที่ใช้ค่าเลเวอเรจ 1:100 เทรดเดอร์สามารถเปิดการเทรดด้วยขนาด 1 ล็อตแทนที่จะเป็น 0.05 ล็อตเช่นก่อนหน้านี้ แบบนี้จะจะทำให้ 1 pips มีมูลค่าเท่ากับ $10 ในกรณีนี้จะยิ่งทำให้ 10 pips สร้างกำไรให้เทรดเดอร์ได้ $100

คุณสมบัติเฉพาะของกลยุทธ์การเทรดระยะสั้น

1

เลือกโบรกเกอร์และประเภทของบัญชีอย่างชาญฉลาด ไม่ใช่ว่าทุกโบรกเกอร์จะอนุญาตให้เทรดระยะสั้น

2

ปกติแล้วจุดเข้าเทรดมักปิดภายในหลายนาที เมื่อเทรดเดอร์ได้กำไร 2-5 pips จุดเข้าเทรดก็จะปิด

3

จำนวนการทำธุรกรรมโดยรวมต่อวันสามารถแตะถึงหลายสิบครั้ง และกำไรทั้งหมดก็จะเกิดขึ้นจากการทำธุรกรรมจำนวนหลายครั้ง

4

ค่าสเปรด (Spread) คือความแตกต่างระหว่างราคาขาย (Bid) และราคาซื้อ (Ask) หากอธิบายโดยง่ายก็คือ ค่าสเปรด คือค่าคอมมิชชั่นของโบรกเกอร์ที่คิดเพิ่มเมื่อคุณเปิดการเทรด สำหรับการเทรดระยะสั้นนั้น มักเลือกคู่ที่มีค่าสเปรดต่ำสุด ไม่เช่นนั้นค่าคอมมิชชั่นของโบรกเกอร์จะลดกำไรของคุณอย่างมาก ส่วนใหญ่เทรดเดอร์เลือกคู่ค่าเงิน เช่น EUR/USD, GBP/USD และ USD/JPY วิธีที่ดีที่สุด คือ การเลือกประเภทบัญชีที่มีค่าสเปรดลอยตัว (Floating Spread) ซึ่งมูลค่าจะเปลี่ยนแปลงไปตามความผันผวนของตลาด

5

ความผันผวนของเครื่องมือการเทรด คือ หนึ่งในเกณฑ์ที่สำคัญที่สุดที่คุณต้องพิจารณาเมื่อเลือกสินทรัพย์ที่ต้องการเทรดระยะสั้น ความพิเศษหลักของกลยุทธ์การเทรดระยะสั้น คือ การเทรดบนสัญญาณรบกวนตลาด (noise) ซึ่งปรากฏเนื่องจากความผันผวนสูงของสินทรัพย์
โดยพื้นฐานแล้วความผันผวน คือ การเปลี่ยนแปลงของราคาของเครื่องมือการเทรดหนึ่ง ๆ ภายในกรอบเวลาที่กำหนด ยิ่งราคาของเครื่องมือการเทรดขยับตัวมากขึ้นในช่วงเวลาการเทรดหรือระหว่างวัน เทรดเดอร์ที่เทรดระยะสั้นก็จะยิ่งได้กำไรมากขึ้นเท่านั้น

6

ในแง่ของการจัดการการเงินของการเทรดระยะสั้นเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่เสี่ยงที่สุด เพราะฉะนั้นเทรดเดอร์มักโอนผลกำไรทั้งหมดไปยังบัญชีอื่น หรือถอนเงิน

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

site call
live chat