การหยุดขาดทุนแบบเลื่อนตามราคา (Trailing Stop) คือคำสั่งหยุดขาดทุน ซึ่งเป็นไปตามแนวทางการเทรด และขยับไปตามตำแหน่งการซื้อ (Long) และการขาย (Short) ของเทรดเดอร์ การหยุดขาดทุนแบบเลื่อนตามราคานั้นเป็นตัวเลือกที่ยืดหยุ่นมากกว่าการหยุดขาดทุนแบบตายตัว เพราะว่ามันจะขยับไปตามทิศทางมูลค่าของคู่ค่าเงิน และไม่ต้องตั้งค่าใหม่ด้วยตัวเองเหมือนคำสั่งหยุดขาดทุนแบบตายตัว

เมื่อไหร่ที่เทรดเดอร์ Forex จะใช้ การหยุดขาดทุนแบบเลื่อนตามราคา (Trailing Stop)?

หลายครั้งที่เทรดเดอร์เผชิญหน้ากับวิกฤตของการปิดหรือเก็บการเทรดที่สร้างกำไรไว้ เพื่อที่จะเพิ่มกำไรให้มากขึ้น ในสถานการณ์เช่นนี้ มีเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น นั่นก็คือ ถ้าปล่อยให้ตำแหน่งเปิดไว้ ผลอาจย้อนกลับและกลืนกำไรไปจนหมด หรืออาจปิดการเทรดเพื่อสร้างกำไร แต่กลายเป็นว่ากำไรกลับเพิ่มขึ้น และคุณรู้สึกแย่ที่พลาดโอกาสคว้ากำไรนั้นไว้ ในสถานการณ์เช่นนี้ การหยุดขาดทุนแบบเลื่อนตามราคา (Trailing Stop) อาจเป็นวิธีการแก้ปัญหา ซึ่งเป็นวิธีการที่ปกป้องรายได้โดยการยอมให้เปิดการเทรดไว้ และสร้างกำไรต่อไปเรื่อย ๆ ตราบใดที่ราคายังเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ถูกต้อง แต่จะปิดการเทรดถ้าราคาเริ่มเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ตรงข้ามกับคุณด้วยตัวเลขของจุดที่คุณกำหนด เมื่อคุณกำหนดจุดหยุดขาดทุนแบบเลื่อนตามราคาแล้ว มันจะตามติดการเพิ่มขึ้นของราคาและขยับไปข้างหน้าอัตโนมัติถ้าราคาเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งตรงกันข้ามกับจุดหยุดขาดทุนแบบตายตัว ที่คุณต้องตั้งค่าใหม่ด้วยตัวเองเพื่อล็อคผลกำไรที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ภาวะวิกฤตของจุดหยุดขาดทุนแบบเลื่อนตามราคา (Trailing Stop): Tight Stop หรือ Wide Stop?

คำถามใหญ่เมื่อใช้จุดหยุดขาดทุนแบบเลื่อนตามราคา (Trailing Stop) คือ ขนาดของการหยุดขาดทุนที่ใช้ว่าจะเป็นแบบจุดหยุดขาดทุนแบบแน่น (Tight Stop) หรือแบบกว้าง (Wide Stop) จุดหยุดขาดทุนแบบเลื่อนตามราคาแบบแน่นอาจทำให้คุณออกจากตลาดเร็วเกินไป และคุณอาจพลาดกำไรจากการเทรดที่เกิดขึ้นเว้นเสียแต่ว่าคุณจะกลับเข้าตลาดใหม่ ส่วนจุดหยุดขาดทุนแบบเลื่อนตามราคาแบบกว้างนั้น ไม่เพียงแต่อาจทำให้มีช่องว่างให้เกิดการผันผวนของราคาได้ แต่อาจทำให้คุณมีโอกาสขาดทุนมากขึ้น แรงจูงใจของการใช้จุดหยุดขาดทุนแบบเลื่อนตามราคา คือ เพื่อให้คุณได้กำไร ในตลาดที่มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงได้ง่ายนั้น เทรดเดอร์จะต้องสามารถสร้างกำไรได้มากจนกว่าแนวโน้มจะพลิกกลับในที่สุด และหยุดการเทรด อย่างไรก็ตาม ก็ต้องอาศัยการทำซ้ำ วินัย และประสบการณ์ในการอ่านตลาดและกำหนดจุดหยุดขาดทุนแบบเลื่อนตามราคาได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดของคุณ รวมไปถึงแนวคิด กลยุทธ์ของคุณ และอีกมากมาย

กรณีศึกษา: ใช้จุดหยุดขาดทุนแบบเลื่อนตามราคา (Trailing Stop) อย่างไร?

เทรดเดอร์ตัดสินใจซื้อคู่ค่าเงิน USDJPY ที่ 5,000 หน่วย ที่ระดับ 104.00 และตั้งคำสั่งหยุดขาดทุนแบบเลื่อนตามราคา (Trailing Stop) ไว้ 2% เพื่อรักษาตำแหน่งไว้ การกระทำเช่นนี้หมายความว่า ถ้าคู่ค่าเงิน USDJPY ร่วงลงมา 2% หรือมากกว่านั้น คำสั่งหยุดขาดทุนแบบเลื่อนตามราคาจะทำงาน และหยุดการขาดทุนไว้ เมื่อเดือนถัดไปคู่ค่าเงิน USDJPY มีมูลค่าเพิ่มขึ้น โดยแตะถึงระดับ 105.50 เทรดเดอร์ก็จะได้กำไร 1.44% เทรดเดอร์จะเพลิดเพลินไปกับกำไรที่ได้ในตอนนั้น แต่ก็กังวลว่าคู่ค่าเงิน USDJPY อาจกลับมาได้กำไรอีกครั้ง เนื่องจากจุดหยุดขาดทุนแบบเลื่อนตามราคายังคงอยู่ที่เดิม สมมติว่าภายในสัปดาห์หน้า าคู่ค่าเงิน USDJPY ลดลง 2% หรือมากกว่านั้น จุดหยุดขาดทุนอาจทำงานอีก เทรดเดอร์อาจตัดสินใจว่าจะขยับจุดหยุดขาดทุนแบบเลื่อนตามราคามาที่ 1.50% เพื่อให้ตำแหน่งการเทรดมีพื้นที่เคลื่อนไหวมากขึ้น ในช่วงเวลาการเทรดถัดไปหลายช่วง คู่ค่าเงิน USDJPY ก็พุ่งขึ้นไปอีก โดยแตะที่ 106.00 แต่กลับร่วงลง 1.50% ภายในวันเทรดวันเดียว โดยลงมาที่ 104.40 การที่ราคาลดลง 1.50% นี้จะกระตุ้นให้จุดหยุดขาดทุนแบบเลื่อนตามราคาทำงาน สมมติว่าคำสั่งจะถูกดำเนินการที่ 104.40 เทรดเดอร์จะล็อคกำไรไว้ได้ที่ 40 pips

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

site call
live chat