กลยุทธ์การเทรดรายวัน (Day Trade) นั้นสำคัญเมื่อคุณต้องการลงทุนในการเคลื่อนไหวของราคาที่น้อยแต่บ่อยครั้ง กลยุทธ์ที่สอดคล้องกันอาศัยการวิเคราะห์ทางเทคนิคเชิงลึก การใช้กราฟ ตัวชี้วัด (Indicator) และรูปแบบเพื่อคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคาในอนาคตในตลาด Forex แต่ท้ายที่สุดแล้ว คุณจะต้องหากลยุทธ์การเทรดรายวันที่เหมาะกับสไตล์การเทรดและความต้องการของคุณ ในบทเรียนนี้ เราได้สรุปกลยุทธ์ 5 กลยุทธ์ที่เทรดเดอร์รายวันควรรู้ก่อนการเทรดในตลาด Forex ไว้แล้ว

กลยุทธ์การเทรดรายวัน (Day Trade) 5 กลยุทธ์ที่คุณควรรู้

1

กลยุทธ์การเทรดแบบฝ่าวงล้อม (Breakout Trading Strategy)

กลยุทธ์การเทรดแบบฝ่าวงล้อม (Breakout Trading Strategy) อธิบายเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของราคาที่ระดับที่กำหนดในกราฟของคุณด้วยปริมาณการเทรดที่เพิ่มขึ้น เทรดเดอร์ที่จะฝ่าวงล้อมจะเทรดเข้าสู่ตำแหน่งเปิดสัญญาซื้อ (Long Position) ของคู่ค่าเงิน Forex หลังจากทะลุแนวต้านไปได้ อีกวิธีหนึ่งคือ คุณเข้าตำแหน่งเปิดสัญญาขาย (Short Position) เมื่อคู่ค่าเงินลงไปต่ำกว่าแนวรับ
หลังจากคู่ค่าเงินเทรดเกินกว่าจุดที่กำหนด ความผันผวนมักจะเพิ่มขึ้น และราคามักจะมีแนวโน้มไปในทิศทางของการฝ่าวงล้อม
อย่างไรก็ตาม คุณต้องหาเครื่องมือการเทรดที่ถูกต้อง เมื่อใช้กลยุทธ์นี้ ต้องคอยดูระดับแนวรับและแนวต้านของคู่ค่าเงิน Forex ยิ่งคู่ค่าเงินแตะแนวรับ/แนวต้านบ่อยมากเท่าไหร่ ทั้ง 2 ระดับนี้จะยิ่งผันผวนและสำคัญมากขึ้นเท่านั้น

  • จุดเข้าเทรด:

    จุดเข้าตลาดนั้นดีและตรงไปตรงมา ราคาของคู่ค่าเงินที่ถูกกำหนดให้อยู่ใกล้และเหนือระดับแนวต้านนั้นต้องอยู่ในตำแหน่งขาลง (Bearish) ส่วนราคาที่อยู่ใกล้และต่ำกว่าระดับแนวรับนั้น จะต้องอยู่ในตำแหน่งขาขึ้น (Bullish)

  • วางแผนจุดออกเทรด:

    ใช้พฤติกรรมของคู่ค่าเงินล่าสุดในการสร้างเป้าหมายที่สมเหตุสมผล การใช้รูปแบบกราฟจะทำให้กลยุทธ์นี้แม่นยำมากขึ้น คุณสามารถประเมินราคาเฉลี่ยล่าสุดเพื่อให้รู้ว่าเป้าหมายของคุณคืออะไร สมมติว่าราคาเฉลี่ยของคู่ค่าเงินสูงกว่าราคาที่ผ่านมาอยู่ 3 จุด ราคานี้ก็ถือว่าเป็นเป้าหมายที่สมเหตุสมผล เมื่อคุณทำได้ถึงเป้าแล้ว คุณสามารถออกจากการเทรด และเพลิดเพลินกับกำไรที่ได้

1

กลยุทธ์การเทรดทำกำไรระยะสั้น (Scalping Trading Strategy)

การเทรดทำกำไรระยะสั้น (Scalping) คือ หนึ่งในกลยุทธ์การเทรดที่มีประโยชน์มากที่สุดสำหรับเทรดเดอร์ Forex กลยุทธ์นี้เป็นที่นิยมสูงในตลาด Forex และใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงราคาของคู่ค่าเงินต่อนาที ซึ่งปัจจัยกระตุ้นการเปลี่ยนแปลง คือ ปริมาณ คุณจะคอยเตรียมเปิดคำสั่งให้พร้อมทันทีที่การเทรดสร้างกำไร กลยุทธ์นี้เป็นกลยุทธ์ที่รวดเร็วและน่าตื่นเต้นสำหรับการเทรดรายวัน แต่ก็เสี่ยงเช่นกัน คุณต้องมีความเป็นไปได้ในการเทรดสูงเพื่อลดอัตราส่วนระหว่างความเสี่ยงต่ำต่อผลตอบแทนที่ได้

2

กลยุทธ์การเทรดแบบโมเมนตัม (Momentum Trading Strategy)

กลยุทธ์แบบโมเมนตัม (Momentum Trading Strategy) เป็นที่ยอดนิยมในหมู่เทรดเดอร์มือใหม่ กลยุทธ์นี้ขึ้นอยู่กับแหล่งข่าวและการระบุการเคลื่อนไหวของแนวโน้มด้วยการสนับสนุนจากปริมาณการเทรดสูง มักมีคู่ค่าเงินอย่างน้อย 1 คู่ที่มีความผันผวนต่อการเทรดสูง ดังนั้นจึงจะมีโอกาสเพียงพอ คุณเพียงแค่ถือตำแหน่งของคุณไว้จนกว่าจะเห็นสัญญาณผกผัน
แต่คุณสามารถถอยออกไปได้หากราคาลดลง ด้วยวิธีนี้ เป้าหมายของคุณก็จะมีปริมาณการเทรดลดลง
กลยุทธ์การเทรดนี้ง่ายและมีประสิทธิภาพหากใช้อย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม คุณต้องมั่นใจว่าคุณรับรู้ข่าวที่กำลังจะเกิดขึ้นรวมไปถึงการประกาศที่สำคัญ

3

กลยุทธ์การเทรดแบบพลิกกลับ (Reversal Trading Strategy)

กลยุทธ์การเทรดแบบพลิกกลับ (Reversal Trading Strategy) อันตรายมากสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ เป็นกลยุทธ์ที่ใช้โดยเทรดเดอร์ Forex มืออาชีพทั่วโลก และเป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า การเทรดตามแนวโน้ม (Trend Trading) การเทรดตามการดึงกลับของราคา (Pull Back Trading) และกลยุทธ์การวกกลับของค่าเฉลี่ย (Mean Reversion Strategy)
นอกจากนี้ กลยุทธ์การเทรดแบบ “ราคากึ่งกลางรายวัน” (Daily Pivot Trading Strategy) ถือเป็นกรณีการเทรดแบบพลิกกลับที่ไม่เหมือนใคร เพราะเป็นการซื้อและการขายคู่เงิน Forex ที่ต่ำและสูงรายวัน

4

การใช้จุดกึ่งกลาง (Pivot Points)

กลยุทธ์การเทรดรายวันโดยใช้จุดกึ่งกลาง (Pivots Points) เป็นเครื่องมือการเทรดเพื่อระบุและดำเนินการเกี่ยวกับระดับแนวรับและแนวต้านสำคัญ เทรดเดอร์ที่เทรดโดยดูการแกว่งตัวของตลาดภายในกรอบราคา (Range-bound Traders) จะเพื่อระบุจุดเข้าเทรด ในขณะที่เทรดเดอร์ที่เทรดตามแนวโน้มและฝ่าวงล้มสามารถใช้จุดกึ่งกลางเพื่อหาตำแหน่งระดับแนวรับและแนวต้านที่สำคัญ ที่จำเป็นต้องหยุดเพื่อเคลื่อนไหวให้เป็นจุดสำหรับฝ่าออกไป

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

site call
live chat